ทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่น ปปง. ขอสอบกรรมการธุรกรรม ปมเลือกปฏิบัติและเมิดสิทธิ – เอี่ยวเว็บพนัน

วันนี้ (9 ก.พ. 69) เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึง นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้พิจารณากรณีการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเว็บพนัน และอาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่

สืบเนื่องจากกรณีคณะกรรมการธุรกรรมรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในหลายกรณี กำลังนำเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่พยายามผลักดันให้เกิดการดำเนินการต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการธุรกรรม ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าบุคคลย่อมต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม กลับมีความพยายามนำข้อเท็จจริงดังกล่าวไปสู่กระบวนการที่อาจนำไปสู่การอายัดหรือยึดทรัพย์ จึงจำเป็นต้องนำเรียนต่อประธานคณะกรรมการ เพื่อให้ทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง และขอให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงข้อสังเกตต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดจำนวนมาก ทั้งในประเด็นข้อพิพาทและการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้มีขึ้นเพื่อความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อชี้แจงต่อสาธารณะในกรณีที่มีข้อสงสัยถึงการยื่นหนังสือหลายครั้ง เนื่องจากเป็นการดำเนินการภายใต้ข้อมูลที่ได้รับทราบว่ากำลังจะมีการดำเนินการในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ สิทธิขั้นพื้นฐาน และอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการแจ้งและบอกกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมาย

สำหรับการยื่นหนังสือในวันนี้ มีเนื้อหาสาระและรายละเอียดจำนวนมาก เพื่อให้ประธานคณะกรรมการได้เห็นถึงข้อเท็จจริงและลักษณะการดำเนินการที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีต่าง ๆ ตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขอปฏิเสธและทักท้วงการใช้อำนาจใด ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้อำนาจจากองค์กรหรือบุคคลที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงการดำเนินการที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชน อันมีที่มาจากบุคคลซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับตน ซึ่งเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป

อีกทั้ง หากมีการใช้อำนาจภายใต้ความขัดแย้งส่วนบุคคล ย่อมเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สร้างภาระเกินสมควรและก่อให้เกิดความเสียหายต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุคคลที่ใช้อำนาจดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบตนเอง รวมถึงให้คณะกรรมการต้นสังกัดตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน หรือมีความเชื่อมโยงกับผู้กระทำความผิดมูลฐานฟอกเงินหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยต่อสาธารณชน

นายสัญญาภัชระยืนยันว่า ในเอกสารมีรายละเอียดชัดเจนครบถ้วน โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการของตำรวจที่พยายามดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขณะที่ น.ส.พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันมินนี่ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคณะทำงานชุดนี้ โดยมีบุคคลซึ่งเป็นกรรมการธุรกรรมรายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุด และอยู่ในคณะทำงาน อันเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน โดย น.ส.พิมพ์วิไล ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ สน.เตาปูน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นายสัญญาภัชรระบุว่า ได้แนบรายละเอียดและพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้สำนักงาน ปปง. เพื่อให้ตรวจสอบว่า ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมูลฐานฟอกเงิน จะยังเหมาะสมหรือมีความเป็นกลางเพียงใดในการทำหน้าที่พิจารณาอายัดหรือยึดทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างสุจริต และปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัยจากสังคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *